เชิญร่วมโอนเงินบริจาคบูรณะศาสนสถาน และพระพุทธรูปเก่าสมัยกรุงศรีอยุธยา
Posted on 25 April 2010 | No responses
พระครู นิรุตจิตตาภรณ์ (สมพร ฐิรจิตโต) เจ้าอาวาสวัดเกรียงไกรกลาง ต.เกรียงไกร อ.เมือง จ.นครสวรรค์ เปิดเผยว่า ด้วยวัดเกรียงไกรกลางเป็นวัดเก่าแก่มีอายุหลายร้อยปี มีศาสนสถานที่เป็นสิ่งก่อสร้างมาตั้งแต่ในยุคกรุงสุโขทัย กรุงศรีอยุธยา ซึ่งปัจจุบันอยู่ในสภาพเสื่อมโทรม ทางวัดมีความประสงค์ที่จะบูรณะศาสนสถาน และพระพุทธรูปเก่าสมัยกรุงศรีอยุธยา คือหลวงพ่อธรรมมูล ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปูนปั้น ปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง 1.59 เมตร สูง 2.59 เมตร ประดิษฐานอยู่ในวิหารเก่าสมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งที่ฝาผนังวิหารมีภาพเขียนเก่าและอยู่ในสภาพเริ่มทรุดโทรม ทางวัดมีความประสงค์ที่จะบูรณะหลวงพ่อธรรมมูล ด้วยการลงรักปิดทองใหม่ทั้งองค์ ใช้งบประมาณทั้งสิ้น 700,000 บาท และต้องใช้ช่างจากกรมศิลปากร เพราะกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนวัดไว้เป็นโบราณสถานและพระพุทธรูป 2 องค์ถูกขึ้นทะเบียนไว้เป็นโบราณวัตถุคือหลวงพ่อธรรมมูลและหลวงพ่อสำริด
หลวงพ่อสำริด เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์อีกองค์หนึ่งซึ่งได้ทำการบูรณะด้วยการลงรักปิด ทองและประดิษฐานเป็นพระประธานในพระอุโบสถ หลวงพ่อสำริด เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย สร้างขึ้นในสมัยสุโขทัย เนื้อทองสัมฤทธิ์ มีความสวยงาม มีความศักดิ์สิทธิ์และเป็นที่เคารพบูชาของประชาชนทั่วไป หากสาธุชนท่านใดมีจิตอันเป็นกุศลและมีความประสงค์ที่จะร่วมสร้างสมบุญบริจาค ทรัพย์สนับสนุนสมทบเป็นทุนบูรณะหลวงพ่อธรรมมูลด้วยการลงรักปิดทองใหม่ทั้ง องค์ ขอเชิญบริจาคได้โดยตรงที่วัดเกรียงไกรกลาง ต.เกรียงไกร อ.เมือง จ.นครสวรรค์ วัดตั้งอยู่บนฝั่งซ้ายของถนนสายนครสวรรค์-ชุมแสง หลังที่ทำการ อบต.เกรียงไกร ระหว่าง ก.ม.ที่ 10-11 สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
โทรศัพท์หมายเลข 056-354183 หรือ 08-7848-6210 หรือ
โอนเงินบริจาคเข้าบัญชีธนาคารกรุงศรีอยุธยา
สาขาถนนสวรรค์วิถี ชื่อบัญชี วัดเกรียงไกรกลาง (กองทุนหลวงพ่อธรรมมูล)
หมายเลขบัญชี 237-1-26823-8




ตำนานหลวงพ่อสัมฤทธิ์ วัดเกรียงไกรกลาง จ.นครสวรรค์
Posted on 25 April 2010 | No responses
“หลวงพ่อสัมฤทธิ์” เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย เนื้อทองสำริด ขนาดหน้าตักกว้าง 99 เซนติ เมตร สูง 139 เซนติเมตร คาดว่าน่าจะสร้างขึ้นในสมัยสุโขทัย ต่อมากรุงสุโขทัยเสื่อมอำนาจลง ประกอบกับเป็นช่วงที่มีศึกสงครามบ่อยครั้ง ชาวกรุงสุโขทัยจึงได้นำพระพุทธรูปขึ้นแพล่องมาตามลำน้ำ
จนกระทั่ง ล่วงมาถึงปากน้ำเชียงไกล แพที่นำมาเกิดจมลง ชาวบ้านจึงช่วยกันนำพระ พุทธรูปขึ้นประดิษฐานไว้ที่ริมแม่น้ำบริเวณปากน้ำเชียงไกล และโบกปูนปิดทับไว้ที่ด้านนอกองค์พระเพื่อป้องกันคนร้าย ซึ่งในขณะนั้นบริเวณดังกล่าวยังไม่มีวัด พระพุทธรูปจึงถูกทิ้งตากแดดตากฝนไว้ที่ริมแม่น้ำเป็นเวลาหลายปี
เมื่อประมาณ พ.ศ.2174 ตรงกับสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น ชาวบ้านปากน้ำเชียงไกลจึงช่วยกันสร้างวัดขึ้น ณ ตรงที่ประดิษฐานพระพุทธรูปนั้น ในขณะนั้นยังเป็นช่วงที่มีศึกสงคราม ด้วยเพิ่งสร้างกรุงศรีอยุธยาใหม่ๆ
อีกทั้ง เมืองนครสวรรค์ หรือเมืองพระบางเป็นเมืองหน้าด่านทางทิศเหนือ จึงไม่เป็นการปลอดภัย วัดที่สร้างขึ้นได้ตั้งชื่อตามหมู่บ้านว่าวัดเชียงไกล ต่อมาชื่อหมู่บ้านปากน้ำเชียงไกลเพี้ยนไปเป็นบ้านเกรียงไกร และมีหมู่บ้านใหญ่โตแยกออกไปเป็นบ้านเกรียงไกรเหนือ เกรียงไกรกลาง เกรียงไกรใต้
วัดจึงได้เปลี่ยนชื่อตามหมู่บ้านเป็นวัดเกรียงไกรกลางจนถึงปัจจุบัน
พ.ศ.2224 วัดเชียงไกลได้สร้างพระอุโบสถขึ้น เพื่อให้ปลอดภัยจากสงครามและโจรผู้ร้าย ชาวบ้านจึงได้อัญเชิญพระพุทธรูปเข้ามาไว้ในพระอุโบสถ โดยซ่อนพระพุทธรูปไว้ในผนังพระอุโบสถ เวลาล่วงเลยมานานหลายร้อยปี ไม่มีใครรู้ว่ามีพระพุทธรูปซ่อนอยู่ในผนังพระอุโบสถ
จวบจนกระทั่ง พ.ศ.2511 ได้มีการซ่อมผนังพระอุโบสถ จึงได้พบพระพุทธรูปซ่อนอยู่ ซึ่งในตอนแรกที่พบเห็นเป็นพระพุทธรูปปูนปั้น ไม่มีใครทราบว่าเป็นพระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์
ต่อมา ปูนที่ห่อหุ้มพระพุทธรูปเกิดรอยกะเทาะบริเวณไหล่ และมีแสงส่องเข้ามาเห็นแสงสะท้อน ชาวบ้านจึงช่วยกันนำพระพุทธรูปออกจากพระอุโบสถมากะเทาะปูนที่ห่อหุ้มพระพุทธรูปออก จึงทราบว่าเป็นพระพุทธรูปทองสัมริดและเรียกพระพุทธรูปนั้นว่าหลวงพ่อสัมฤทธิ์
หลังจากซ่อมแซมพระอุโบสถแล้ว จึงได้อัญเชิญพระพุทธรูปมาประดิษฐานเป็นพระประธานในพระอุโบสถ
หลวงพ่อสัมฤทธิ์ ประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถเก่ามาเป็นเวลานาน
ต่อมาพระอุโบสถชำรุดและมีโจรผู้ร้ายลักตัดเศียรพระ เพื่อความปลอดภัยทางวัดจึงได้โยกย้ายหลวงพ่อสัมฤทธิ์ออกมาจากพระอุโบสถและสร้างวิหารที่แน่นหนา มีประตูเหล็กปิดอย่างดี แต่ต้องย้ายหลวงพ่อสัมฤทธิ์กลับมาประดิษฐานเป็นพระประธานในพระอุโบสถอย่างเดิม เพื่อให้ประชาชนได้สักการบูชา
ด้านความศักดิ์สิทธิ์ หลวงพ่อสัมฤทธิ์ เป็นพระพุทธรูปที่มีลักษณะสมส่วน อ่อนช้อยสวยงาม เป็นที่เคารพสักการะของชาวบ้านเกรียงไกรมานาน เหตุที่หลวงพ่อสัมฤทธิ์เป็นที่เคารพสักการะอันหนึ่ง คือ ความงามทางพุทธศิลป์ และปูนปั้นที่ห่อหุ้มองค์พระ
หลังจากที่มีรอยกะเทาะและเห็นเป็นพระพุทธรูปทองสำริด ชาวบ้านได้ช่วยกันกะเทาะปูนที่หุ้มองค์พระออก ปรากฏว่าเป็นปูนผสมรักปิดทอง ทางวัดได้เก็บเศษปูนที่กะเทาะออกไว้ มีชาวบ้านหลายคนได้นำเศษปูนไปเลี่ยมพลาสติกแขวนคอเป็นของขลังติดตัว
นายชุบ กระตือหน ชาวบ้านหมู่ 5 ต.เกรียงไกร มีอาชีพทำน้ำตาล ซึ่งนายชุบมีเศษปูนหลวงพ่อสัมฤทธิ์บูชาติดตัวเป็นประจำ วันหนึ่งนายชุบเกิดเมาน้ำตาลและทดลองอธิษฐานเศษปูนนั้นแล้วเอามีดปาดตาลฟันที่แขนตนเองอย่างแรง แต่ปรากฏว่าไม่มีรอยแผลแม้แต่น้อย ทำให้ชาวบ้านเกรียงไกรต่างฮือฮาถึงความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อสัมฤทธิ์และต่างพากันแสวงหาเศษปูนไปบูชาประจำบ้านกัน ใครที่มีอยู่ต่างก็หวงแหนเก็บไว้
ต่อมาหลวงพ่อบุญเหลือ อดีตเจ้าอาวาสและกรรมการวัดได้นำเอาเศษปูนมาเป็นส่วนผสมในการสร้างพระสมเด็จ เพื่อออกแจกจ่ายให้ประชาชนเช่าบูชา พระสมเด็จดังกล่าวเป็นที่นิยมของประชาชนทั่วไปจนหมดจากวัดไปในเวลาไม่นาน เนื่องจากผู้ที่ได้พระสมเด็จไปบูชาติดตัว ต่างก็ประสบความอัศจรรย์หลายอย่าง ทั้งทางด้านการค้าและแคล้วคลาดปลอดภัยจากอุบัติเหตุ
รวมทั้งการบนบานขอให้ได้ประสบความสำเร็จในอาชีพการงาน ก็ไม่เป็นที่ผิดหวังเหมือนกับชื่อหลวงพ่อสัมฤทธิ์ คือ จะสัมฤทธิผลในสิ่งที่ถูกที่ควร
เจ้าจ๋อน่ารัก
Posted on 25 April 2010 | No responses




รวมภาพจิตรกรรมฝาผนัง
Posted on 25 April 2010 | No responses


ในวิหารเก่าสมัยกรุงศรีอยุธยา ที่ฝาผนังวิหารมีภาพเขียนเก่าและอยู่ในสภาพเริ่มทรุดโทรม
เที่ยวเมื่องไทยอย่าลืมมาชมบรรยากาศร่มรื่นของวัดเกรียงไกรกลาง
Posted on 25 April 2010 | No responses

สักการะขอพรหลวงพ่อครุฑ หลวงพ่อพลับ เจ้าแม่กวนอิม ที่ศาลากลางน้ำ

อีกมุมหนึ่งภายในวัดเกรียงไกรกลาง

สัมผัสได้ถึงความเก่าแก่ของวัดนี้ได้จากต้นไม้ที่สูงและใหญ่ มีอายุกว่าร้อยปี

แวะชมและให้อาหารเต่าหลายชีวิต

ลานวัดดูสะอาดตาน่ามอง เชิญมาดื่มดำ่กับกลิ่่นอายของธรรมชาติ แวดล้อมไปด้วยฝูงลิง

วัดใหญ่และเก่าควรค่าแก่การศึกษาประวัติศาสตร์ มาที่วัดเกรียงไกรกลาง

หน้าโบสถ์ของวัดเกรียงไกรกลาง

มุมนี้ก็ดูร่มรื่น เชิญมาชมกันได้ตลอดเวลาไม่ไกลจากกรุงเทพ
รู้จักวัดเกรียงไกรกลาง
Posted on 25 April 2010 | No responses
วัดเกรียงไกรกลาง ตั้งอยู่หมู่ที่ ๕ ตำบลเกรียงไกร ริมฝั่งแม่น้ำน่าน ภายในวัดมีพระพุทธรูปสำริด ปางมารวิชัย ศิลปะสุโขทัย และวิหารเก่าสร้างในสมัยรัชกาลที่ ๕ ระหว่าง พ.ศ. ๒๔๐๐-๒๔๓๐ เป็นสิ่งก่อสร้างเดียวของวัดที่ยังไม่มีการบูรณะ มีรอยพระพุทธบาทจำลอง ประดิษฐานอยู่ภายใน มีจิตรกรรมฝาผนังเป็นภาพพุทธชาติชาดก
พระประธานในวิหาร คือ หลวงพ่อสัมฤทธิ์ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย มีประวัติที่น่าสนใจคือ เมื่อกรุงสุโขทัยใกล้เสื่อมอำนาจลง และมีภัยสงครามอยู่เป็นประจำชาวสุโขทัยจึงได้นำพระพุทธรูปล่องแพมาตามลำน้ำ และเมื่อมาถึงปากน้ำเชียงไกล แพจมลงจึงนำพระพุทธรูปขึ้นและโบกปูนทับ เพื่อให้ปลอดภัยจากสงคราม จนกระทั่งเมื่อสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น พ.ศ.๒๑๔๗ ชาวบ้านได้สร้างวัดนี้ขึ้นตรงที่ประดิษฐานพระพุทธรูป และนำพระพุทธรูปซ่อนไว้ในผนังพระอุโบสถเพื่อป้องกันภัยสงคราม และไม่มีใครล่วงรู้จนกระทั่งเวลาผ่านไปเป็นร้อยปี เมื่อ พ.ศ.๒๕๑๑ ได้มีการซ่อมผนังพระอุโบสถจึงพบแต่พระพุทธรูปปูนธรรมดา นานวันเข้าปูนกะเทาะออกจึงทราบว่าเป็นพระพุทธรูปทองคำ บริเวณหน้าวัดมีฝูงลิงอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก และมีฟาร์มจระเข้ด้วย ตามปกติวิหารเก่า จะเปิดให้เข้าชมในช่วงเทศกาลเท่านั้น สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเข้าชมช่วงนอกเทศกาลสามารถแจ้งทางวัดให้เปิด ได้
การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข ๒๒๕ สายนครสวรรค์-ชุมแสง ระยะทางประมาณ ๑๐ กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายตามป้ายบอกทางเข้าไปประมาณ ๒ กิโลเมตร ถึงตัววัดรวมระยะทางห่างจากตัวเมืองประมาณ ๑๒ กิโลเมตร หรือเช่าเรือจากท่าน้ำเจ้าพระยา ล่องมาตามลำน้ำน่านขึ้นที่ท่าน้ำวัดเกรียงไกรกลาง
ที่มา flash-mini.com
ร่วมบูรณะวัดเกรียงไกรกลาง
Posted on 25 April 2010 | No responses

พระครู นิรุตจิตตาภรณ์ (สมพร ฐิรจิตโต) เจ้าอาวาสวัดเกรียงไกรกลาง ต.เกรียง ไกร อ.เมือง จ.นครสวรรค์ เปิดเผยว่า ด้วยวัดเกรียงไกรกลางเป็นวัดเก่าแก่มีอายุหลายร้อยปี มีศาสนสถานที่เป็นสิ่งก่อสร้างมาตั้งแต่ในยุคกรุงสุโขทัย กรุงศรีอยุธยา ซึ่งปัจจุบันอยู่ในสภาพเสื่อมโทรม ทางวัดมีความประสงค์ที่จะบูรณะศาสนสถาน และพระพุทธรูปเก่าสมัยกรุงศรีอยุธยา คือหลวงพ่อธรรมมูล ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปูนปั้น ปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง 1.59 เมตร สูง 2.59 เมตร ประดิษฐานอยู่ในวิหารเก่าสมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งที่ฝาผนังวิหารมีภาพเขียนเก่าและอยู่ในสภาพเริ่มทรุดโทรม ทางวัดมีความประสงค์ที่จะบูรณะหลวงพ่อธรรมมูล ด้วยการลงรักปิดทองใหม่ทั้งองค์ ใช้งบประมาณทั้งสิ้น 700,000 บาท และต้องใช้ช่างจากกรมศิลปากร เพราะกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนวัดไว้เป็นโบราณสถานและพระพุทธรูป 2 องค์ถูกขึ้นทะเบียนไว้เป็นโบราณวัตถุคือหลวงพ่อธรรมมูลและหลวงพ่อสำริด
หลวงพ่อสำริด เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์อีกองค์หนึ่งซึ่งได้ทำการบูรณะด้วยการลงรักปิด ทองและประดิษฐานเป็นพระประธานในพระอุโบสถ หลวงพ่อสำริด เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย สร้างขึ้นในสมัยสุโขทัย เนื้อทองสัมฤทธิ์ มีความสวยงาม มีความศักดิ์สิทธิ์และเป็นที่เคารพบูชาของประชาชนทั่วไป หากสาธุชนท่านใดมีจิตอันเป็นกุศลและมีความประสงค์ที่จะร่วมสร้างสมบุญบริจาค ทรัพย์สนับสนุนสมทบเป็นทุนบูรณะหลวงพ่อธรรมมูลด้วยการลงรักปิดทองใหม่ทั้ง องค์ ขอเชิญบริจาคได้โดยตรงที่วัดเกรียงไกรกลาง ต.เกรียงไกร อ.เมือง จ.นครสวรรค์ วัดตั้งอยู่บนฝั่งซ้ายของถนนสายนครสวรรค์-ชุมแสง หลังที่ทำการ อบต.เกรียงไกร ระหว่าง ก.ม.ที่ 10-11 สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทรศัพท์หมายเลข 056-354183 หรือ 08-7848-6210 หรือโอนเงินบริจาคเข้าบัญชีธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาถนนสวรรค์วิถี ชื่อบัญชี วัดเกรียงไกรกลาง (กองทุนหลวงพ่อธรรมมูล) หมายเลขบัญชี 237-1-26823-8
ที่มา ข่าวสด
เรื่องเล่าของน้องลิง
Posted on 25 April 2010 | No responses

… สมัยก่อน…คุณพงษ์เทพ
กระโดนชำนาญ…ศิลปินเพลงเพื่อชีวิต..
แกอยู่ในป่า…กับเพื่อน 5 – 6
คน…ทุกวันก็จะเปลี่ยนเวรกัน…ล่าสัตว์ป่า…มาทำอาหาร…
วันหนึ่ง…เป็นเวรของคุณพงษ์เทพ
แกก็คว้าปืนยาว…สะพายบ่า…เดินเข้าป่าไป…
อาหารโปรดของคุณพงษ์เทพ…คือแกงเนื้อลิง…
พอเดินเข้าป่าไปได้สักพัก.
เห็นลิงตัวหนึ่ง…นั่งอยู่บนต้นไม้…หันหลังให้..
แกก็รีบยกปืนประทับบ่า…ยิงเปรี้ยง…ไปที่ตัวลิง..
เหตุการณ์แปลกประหลาดได้เกิดขึ้น…ปกติ…
ลิงพอถูกยิง..จะหล่นตุ๊บ…จาก ต้นไม้ทันที…
แต่ลิงตัวนี้…นั่งจับกิ่งไม้เฉย…ไม่หล่นลงมา…จะว่ายิงไม่ถูก…ก็ไม่ น่าเป็นไปได้…
เพราะคุณพงษ์เทพ…แกยิงปืนแม่น…ระยะแค่นี้
เป้าใหญ่ขนาดนี้…ไม่พลาดแน่นอน…
ในขณะที่กำลังสงสัยอยู่นั้น…ลิงตัวที่ถูกยิง…ร้อง
โหยหวน…เสียงดังมาก… ฝูงลิงที่แยกย้ายกันออกหากินอยู่บริเวณใกล้ ๆ…
วิ่งแห่กันเข้ามาหาลิงตัวที่ถูกยิง… แล้วร้องโหยหวน…เหมือนกันหมด…
แกตกใจ…ยืนตกตะลึง…ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น…
สักครู่…ลิงตัวที่ถูกยิง… โยนวัตถุเล็ก
ๆ…สีดำ ๆ..ชิ้นหนึ่ง…ให้กับลิงตัวที่อยู่ใกล้ที่สุด…
แล้วก็หล่นตุ๊บ…ลงมาจากต้นไม้…คุณพงษ์เทพ…รีบวิ่งไปดู…
ลิงถูกยิงเข้าที่หลัง…
ทะลุหน้าอก…เลือดแดงฉาน..เต็มตัว…
คุณพงษ์เทพเห็นแล้ว…ต้องเบือนหน้าหนี…
ลิงที่ตกลงมา…เป็นลิงแม่ลูกอ่อน…ขณะที่ถูกยิง…เธอกำลังให้นม ลูก…
ลูกตัวน้อย…กำลังดูดนมอย่างมีความสุข…ทันทีที่ถูกยิง..
ถ้าเป็นลิงตัวอื่น…
จะหล่นตุ๊บ…ลงจากต้นไม้..
แม่ลิงตัวนี้…ยังหล่นไม่ได้…ยังตายไม่ได้..
เพราะเธอยังมีภารกิจใหญ่หลวงที่ต้องทำ…คือ…รักษาชีวิตลูกน้อย…ให้พ้น อันตราย…
เธอกัดฟัน…โหนกิ่งไม้ไว้…แม้จะเจ็บปวดแทบขาดใจ…มองดูเลือดที่ไหลหยด เป็นทาง
ด้วยความตกใจ…พยายามรวบรวมพละกำลังที่ยังพอมีเหลือทั้งหมด…
ตะโกนสุดเสียง…ร้องเรียก…ฝูงลิงเข้ามาใกล้ๆ..
แล้วก็ฝากฝัง…ให้เลี้ยงลูกน้อยแทนเธอ
หลังจากโยนลูกให้จ่าฝูงแล้ว…มองดูลูก…ถูกพาไปจนลับสายตาแล้ว..
แน่ใจว่า…ลูกปลอดภัยแล้ว…จึงหลับตา…แล้วหล่นลงมา…ตาย..
คุณพงษ์เทพ…ก้มมองหน้าลิง..แล้วร้องไห้…เพราะที่เบ้าตาลิง…มีหยดน้ำตา ใส ๆ.
กำลังไหลริน…คุณพงษ์เทพ..รีบเดินกลับที่พัก…เอาปืนไปเผาทิ้ง…
ไม่ยอมออกล่าสัตว์อีกเลย…ตลอดชีวิต..
และภาพความรักที่ยิ่งใหญ่..ของแม่ลิง…ที่มีต่อลูกน้อย…
เป็นแรงบันดาลใจ.
ให้พงษ์เทพ…แต่งเพลงขึ้นมาเพลงหนึ่ง…
ชื่อว่า… ‘ ลิงทะโมน… ‘
เพื่อยกย่อง…เชิดชู…คุณค่าของความรัก…ที่แม่…มีต่อลูก