<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><!-- generator="WordPress/2.8.6" -->
<rss version="0.92">
<channel>
	<title>วัดเกรียงไกรกลาง</title>
	<link>http://www.watkriangkraiklang.com</link>
	<description>หมู่ที่ 5 ตำบลเกรียงไกร อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์</description>
	<lastBuildDate>Sun, 25 Apr 2010 08:45:14 +0000</lastBuildDate>
	<docs>http://backend.userland.com/rss092</docs>
	<language>en</language>
	
	<item>
		<title>เชิญร่วมโอนเงินบริจาคบูรณะศาสนสถาน และพระพุทธรูปเก่าสมัยกรุงศรีอยุธยา</title>
		<description>พระครู นิรุตจิตตาภรณ์ (สมพร ฐิรจิตโต) เจ้าอาวาสวัดเกรียงไกรกลาง ต.เกรียงไกร อ.เมือง จ.นครสวรรค์ เปิดเผยว่า ด้วยวัดเกรียงไกรกลางเป็นวัดเก่าแก่มีอายุหลายร้อยปี มีศาสนสถานที่เป็นสิ่งก่อสร้างมาตั้งแต่ในยุคกรุงสุโขทัย กรุงศรีอยุธยา ซึ่งปัจจุบันอยู่ในสภาพเสื่อมโทรม ทางวัดมีความประสงค์ที่จะบูรณะศาสนสถาน และพระพุทธรูปเก่าสมัยกรุงศรีอยุธยา คือหลวงพ่อธรรมมูล ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปูนปั้น ปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง 1.59 เมตร สูง 2.59 เมตร ประดิษฐานอยู่ในวิหารเก่าสมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งที่ฝาผนังวิหารมีภาพเขียนเก่าและอยู่ในสภาพเริ่มทรุดโทรม ทางวัดมีความประสงค์ที่จะบูรณะหลวงพ่อธรรมมูล ด้วยการลงรักปิดทองใหม่ทั้งองค์ ใช้งบประมาณทั้งสิ้น 700,000 บาท และต้องใช้ช่างจากกรมศิลปากร เพราะกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนวัดไว้เป็นโบราณสถานและพระพุทธรูป 2 องค์ถูกขึ้นทะเบียนไว้เป็นโบราณวัตถุคือหลวงพ่อธรรมมูลและหลวงพ่อสำริด

หลวงพ่อสำริด เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์อีกองค์หนึ่งซึ่งได้ทำการบูรณะด้วยการลงรักปิด ทองและประดิษฐานเป็นพระประธานในพระอุโบสถ หลวงพ่อสำริด เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย สร้างขึ้นในสมัยสุโขทัย เนื้อทองสัมฤทธิ์ มีความสวยงาม มีความศักดิ์สิทธิ์และเป็นที่เคารพบูชาของประชาชนทั่วไป หากสาธุชนท่านใดมีจิตอันเป็นกุศลและมีความประสงค์ที่จะร่วมสร้างสมบุญบริจาค ทรัพย์สนับสนุนสมทบเป็นทุนบูรณะหลวงพ่อธรรมมูลด้วยการลงรักปิดทองใหม่ทั้ง องค์ ขอเชิญบริจาคได้โดยตรงที่วัดเกรียงไกรกลาง ต.เกรียงไกร อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ...</description>
		<link>http://www.watkriangkraiklang.com/2010/04/%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%8d%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%9a/</link>
			</item>
	<item>
		<title>ตำนานหลวงพ่อสัมฤทธิ์ วัดเกรียงไกรกลาง จ.นครสวรรค์</title>
		<description>"หลวงพ่อสัมฤทธิ์" เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย เนื้อทองสำริด ขนาดหน้าตักกว้าง 99 เซนติ เมตร สูง 139 เซนติเมตร คาดว่าน่าจะสร้างขึ้นในสมัยสุโขทัย ต่อมากรุงสุโขทัยเสื่อมอำนาจลง ประกอบกับเป็นช่วงที่มีศึกสงครามบ่อยครั้ง ชาวกรุงสุโขทัยจึงได้นำพระพุทธรูปขึ้นแพล่องมาตามลำน้ำ

จนกระทั่ง ล่วงมาถึงปากน้ำเชียงไกล แพที่นำมาเกิดจมลง ชาวบ้านจึงช่วยกันนำพระ พุทธรูปขึ้นประดิษฐานไว้ที่ริมแม่น้ำบริเวณปากน้ำเชียงไกล และโบกปูนปิดทับไว้ที่ด้านนอกองค์พระเพื่อป้องกันคนร้าย ซึ่งในขณะนั้นบริเวณดังกล่าวยังไม่มีวัด พระพุทธรูปจึงถูกทิ้งตากแดดตากฝนไว้ที่ริมแม่น้ำเป็นเวลาหลายปี

เมื่อประมาณ พ.ศ.2174 ตรงกับสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น ชาวบ้านปากน้ำเชียงไกลจึงช่วยกันสร้างวัดขึ้น ณ ตรงที่ประดิษฐานพระพุทธรูปนั้น ในขณะนั้นยังเป็นช่วงที่มีศึกสงคราม ด้วยเพิ่งสร้างกรุงศรีอยุธยาใหม่ๆ

อีกทั้ง เมืองนครสวรรค์ หรือเมืองพระบางเป็นเมืองหน้าด่านทางทิศเหนือ จึงไม่เป็นการปลอดภัย วัดที่สร้างขึ้นได้ตั้งชื่อตามหมู่บ้านว่าวัดเชียงไกล ต่อมาชื่อหมู่บ้านปากน้ำเชียงไกลเพี้ยนไปเป็นบ้านเกรียงไกร และมีหมู่บ้านใหญ่โตแยกออกไปเป็นบ้านเกรียงไกรเหนือ เกรียงไกรกลาง เกรียงไกรใต้

วัดจึงได้เปลี่ยนชื่อตามหมู่บ้านเป็นวัดเกรียงไกรกลางจนถึงปัจจุบัน

พ.ศ.2224 วัดเชียงไกลได้สร้างพระอุโบสถขึ้น เพื่อให้ปลอดภัยจากสงครามและโจรผู้ร้าย ชาวบ้านจึงได้อัญเชิญพระพุทธรูปเข้ามาไว้ในพระอุโบสถ โดยซ่อนพระพุทธรูปไว้ในผนังพระอุโบสถ เวลาล่วงเลยมานานหลายร้อยปี ไม่มีใครรู้ว่ามีพระพุทธรูปซ่อนอยู่ในผนังพระอุโบสถ

จวบจนกระทั่ง พ.ศ.2511 ได้มีการซ่อมผนังพระอุโบสถ จึงได้พบพระพุทธรูปซ่อนอยู่ ซึ่งในตอนแรกที่พบเห็นเป็นพระพุทธรูปปูนปั้น ไม่มีใครทราบว่าเป็นพระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์

ต่อมา ปูนที่ห่อหุ้มพระพุทธรูปเกิดรอยกะเทาะบริเวณไหล่ และมีแสงส่องเข้ามาเห็นแสงสะท้อน ชาวบ้านจึงช่วยกันนำพระพุทธรูปออกจากพระอุโบสถมากะเทาะปูนที่ห่อหุ้มพระพุทธรูปออก ...</description>
		<link>http://www.watkriangkraiklang.com/2010/04/%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%a4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b9%8c-%e0%b8%a7%e0%b8%b1/</link>
			</item>
	<item>
		<title>เจ้าจ๋อน่ารัก</title>
		<description>





 </description>
		<link>http://www.watkriangkraiklang.com/2010/04/%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b9%8b%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81/</link>
			</item>
	<item>
		<title>รวมภาพจิตรกรรมฝาผนัง</title>
		<description>



ในวิหารเก่าสมัยกรุงศรีอยุธยา ที่ฝาผนังวิหารมีภาพเขียนเก่าและอยู่ในสภาพเริ่มทรุดโทรม </description>
		<link>http://www.watkriangkraiklang.com/2010/04/%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%9d%e0%b8%b2%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87/</link>
			</item>
	<item>
		<title>เที่ยวเมื่องไทยอย่าลืมมาชมบรรยากาศร่มรื่นของวัดเกรียงไกรกลาง</title>
		<description>





สักการะขอพรหลวงพ่อครุฑ หลวงพ่อพลับ เจ้าแม่กวนอิม ที่ศาลากลางน้ำ











อีกมุมหนึ่งภายในวัดเกรียงไกรกลาง







สัมผัสได้ถึงความเก่าแก่ของวัดนี้ได้จากต้นไม้ที่สูงและใหญ่ มีอายุกว่าร้อยปี







แวะชมและให้อาหารเต่าหลายชีวิต







ลานวัดดูสะอาดตาน่ามอง เชิญมาดื่มดำ่กับกลิ่่นอายของธรรมชาติ แวดล้อมไปด้วยฝูงลิง








วัดใหญ่และเก่าควรค่าแก่การศึกษาประวัติศาสตร์ มาที่วัดเกรียงไกรกลาง







หน้าโบสถ์ของวัดเกรียงไกรกลาง








มุมนี้ก็ดูร่มรื่น เชิญมาชมกันได้ตลอดเวลาไม่ไกลจากกรุงเทพ </description>
		<link>http://www.watkriangkraiklang.com/2010/04/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%a1/</link>
			</item>
	<item>
		<title>รู้จักวัดเกรียงไกรกลาง</title>
		<description>วัดเกรียงไกรกลาง ตั้งอยู่หมู่ที่ ๕ ตำบลเกรียงไกร ริมฝั่งแม่น้ำน่าน  ภายในวัดมีพระพุทธรูปสำริด ปางมารวิชัย ศิลปะสุโขทัย  และวิหารเก่าสร้างในสมัยรัชกาลที่ ๕ ระหว่าง พ.ศ. ๒๔๐๐-๒๔๓๐  เป็นสิ่งก่อสร้างเดียวของวัดที่ยังไม่มีการบูรณะ มีรอยพระพุทธบาทจำลอง  ประดิษฐานอยู่ภายใน มีจิตรกรรมฝาผนังเป็นภาพพุทธชาติชาดก
พระประธานในวิหาร คือ หลวงพ่อสัมฤทธิ์ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย  มีประวัติที่น่าสนใจคือ เมื่อกรุงสุโขทัยใกล้เสื่อมอำนาจลง  และมีภัยสงครามอยู่เป็นประจำชาวสุโขทัยจึงได้นำพระพุทธรูปล่องแพมาตามลำน้ำ  และเมื่อมาถึงปากน้ำเชียงไกล แพจมลงจึงนำพระพุทธรูปขึ้นและโบกปูนทับ  เพื่อให้ปลอดภัยจากสงคราม จนกระทั่งเมื่อสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น พ.ศ.๒๑๔๗  ชาวบ้านได้สร้างวัดนี้ขึ้นตรงที่ประดิษฐานพระพุทธรูป  และนำพระพุทธรูปซ่อนไว้ในผนังพระอุโบสถเพื่อป้องกันภัยสงคราม  และไม่มีใครล่วงรู้จนกระทั่งเวลาผ่านไปเป็นร้อยปี เมื่อ พ.ศ.๒๕๑๑  ได้มีการซ่อมผนังพระอุโบสถจึงพบแต่พระพุทธรูปปูนธรรมดา  นานวันเข้าปูนกะเทาะออกจึงทราบว่าเป็นพระพุทธรูปทองคำ  บริเวณหน้าวัดมีฝูงลิงอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ...</description>
		<link>http://www.watkriangkraiklang.com/2010/04/%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87/</link>
			</item>
	<item>
		<title>ร่วมบูรณะวัดเกรียงไกรกลาง</title>
		<description>

พระครู นิรุตจิตตาภรณ์ (สมพร ฐิรจิตโต) เจ้าอาวาสวัดเกรียงไกรกลาง ต.เกรียง ไกร อ.เมือง จ.นครสวรรค์ เปิดเผยว่า  ด้วยวัดเกรียงไกรกลางเป็นวัดเก่าแก่มีอายุหลายร้อยปี  มีศาสนสถานที่เป็นสิ่งก่อสร้างมาตั้งแต่ในยุคกรุงสุโขทัย กรุงศรีอยุธยา  ซึ่งปัจจุบันอยู่ในสภาพเสื่อมโทรม ทางวัดมีความประสงค์ที่จะบูรณะศาสนสถาน  และพระพุทธรูปเก่าสมัยกรุงศรีอยุธยา คือหลวงพ่อธรรมมูล  ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปูนปั้น ปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง 1.59 เมตร สูง  2.59 เมตร ประดิษฐานอยู่ในวิหารเก่าสมัยกรุงศรีอยุธยา  ซึ่งที่ฝาผนังวิหารมีภาพเขียนเก่าและอยู่ในสภาพเริ่มทรุดโทรม  ทางวัดมีความประสงค์ที่จะบูรณะหลวงพ่อธรรมมูล  ด้วยการลงรักปิดทองใหม่ทั้งองค์ ใช้งบประมาณทั้งสิ้น 700,000 บาท  และต้องใช้ช่างจากกรมศิลปากร  เพราะกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนวัดไว้เป็นโบราณสถานและพระพุทธรูป 2  องค์ถูกขึ้นทะเบียนไว้เป็นโบราณวัตถุคือหลวงพ่อธรรมมูลและหลวงพ่อสำริด

หลวงพ่อสำริด เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์อีกองค์หนึ่งซึ่งได้ทำการบูรณะด้วยการลงรักปิด  ...</description>
		<link>http://www.watkriangkraiklang.com/2010/04/%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%9a%e0%b8%b9%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%81/</link>
			</item>
	<item>
		<title>เรื่องเล่าของน้องลิง</title>
		<description>


... สมัยก่อน...คุณพงษ์เทพ
กระโดนชำนาญ...ศิลปินเพลงเพื่อชีวิต..
แกอยู่ในป่า...กับเพื่อน 5 - 6
คน...ทุกวันก็จะเปลี่ยนเวรกัน...ล่าสัตว์ป่า...มาทำอาหาร...

วันหนึ่ง...เป็นเวรของคุณพงษ์เทพ
แกก็คว้าปืนยาว...สะพายบ่า...เดินเข้าป่าไป...
อาหารโปรดของคุณพงษ์เทพ...คือแกงเนื้อลิง...

พอเดินเข้าป่าไปได้สักพัก.

เห็นลิงตัวหนึ่ง...นั่งอยู่บนต้นไม้...หันหลังให้..
แกก็รีบยกปืนประทับบ่า...ยิงเปรี้ยง...ไปที่ตัวลิง..
เหตุการณ์แปลกประหลาดได้เกิดขึ้น...ปกติ...ลิงพอถูกยิง..จะหล่นตุ๊บ...จาก ต้นไม้ทันที...

แต่ลิงตัวนี้...นั่งจับกิ่งไม้เฉย...ไม่หล่นลงมา...จะว่ายิงไม่ถูก...ก็ไม่ น่าเป็นไปได้...
เพราะคุณพงษ์เทพ...แกยิงปืนแม่น...ระยะแค่นี้
เป้าใหญ่ขนาดนี้...ไม่พลาดแน่นอน...
ในขณะที่กำลังสงสัยอยู่นั้น...ลิงตัวที่ถูกยิง...ร้อง
โหยหวน...เสียงดังมาก... ฝูงลิงที่แยกย้ายกันออกหากินอยู่บริเวณใกล้ ๆ...
วิ่งแห่กันเข้ามาหาลิงตัวที่ถูกยิง... แล้วร้องโหยหวน...เหมือนกันหมด...

แกตกใจ...ยืนตกตะลึง...ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น...

สักครู่...ลิงตัวที่ถูกยิง... โยนวัตถุเล็ก
ๆ...สีดำ ๆ..ชิ้นหนึ่ง...ให้กับลิงตัวที่อยู่ใกล้ที่สุด...
แล้วก็หล่นตุ๊บ...ลงมาจากต้นไม้...คุณพงษ์เทพ...รีบวิ่งไปดู...
ลิงถูกยิงเข้าที่หลัง...
ทะลุหน้าอก...เลือดแดงฉาน..เต็มตัว...
คุณพงษ์เทพเห็นแล้ว...ต้องเบือนหน้าหนี...
ลิงที่ตกลงมา...เป็นลิงแม่ลูกอ่อน...ขณะที่ถูกยิง...เธอกำลังให้นม ลูก...

ลูกตัวน้อย...กำลังดูดนมอย่างมีความสุข...ทันทีที่ถูกยิง..
ถ้าเป็นลิงตัวอื่น...
จะหล่นตุ๊บ...ลงจากต้นไม้..

แม่ลิงตัวนี้...ยังหล่นไม่ได้...ยังตายไม่ได้..

เพราะเธอยังมีภารกิจใหญ่หลวงที่ต้องทำ...คือ...รักษาชีวิตลูกน้อย...ให้พ้น อันตราย...
เธอกัดฟัน...โหนกิ่งไม้ไว้...แม้จะเจ็บปวดแทบขาดใจ...มองดูเลือดที่ไหลหยด เป็นทาง
ด้วยความตกใจ...พยายามรวบรวมพละกำลังที่ยังพอมีเหลือทั้งหมด...
ตะโกนสุดเสียง...ร้องเรียก...ฝูงลิงเข้ามาใกล้ๆ..
แล้วก็ฝากฝัง...ให้เลี้ยงลูกน้อยแทนเธอ

หลังจากโยนลูกให้จ่าฝูงแล้ว...มองดูลูก...ถูกพาไปจนลับสายตาแล้ว..
แน่ใจว่า...ลูกปลอดภัยแล้ว...จึงหลับตา...แล้วหล่นลงมา...ตาย..

คุณพงษ์เทพ...ก้มมองหน้าลิง..แล้วร้องไห้...เพราะที่เบ้าตาลิง...มีหยดน้ำตา ใส ๆ.
กำลังไหลริน...คุณพงษ์เทพ..รีบเดินกลับที่พัก...เอาปืนไปเผาทิ้ง...
ไม่ยอมออกล่าสัตว์อีกเลย...ตลอดชีวิต..

และภาพความรักที่ยิ่งใหญ่..ของแม่ลิง...ที่มีต่อลูกน้อย...
เป็นแรงบันดาลใจ.
ให้พงษ์เทพ...แต่งเพลงขึ้นมาเพลงหนึ่ง...
ชื่อว่า... ' ลิงทะโมน... '
เพื่อยกย่อง...เชิดชู...คุณค่าของความรัก...ที่แม่...มีต่อลูก




 </description>
		<link>http://www.watkriangkraiklang.com/2010/04/%e0%b8%8a%e0%b8%a1%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%81%e0%b8%a3/</link>
			</item>
</channel>
</rss>

